วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2556

อัลตราซาวนด์ 4 มิติ คืออะไร

ขั้นเวลา จาก พัฒนาการลูกในครรภ์สักหน่อย
มารู้จักกับ อัลตราซาวนด์ 4 มิติ คืออะไร


อัลตราซาวนด์ 4 มิติ คืออะไร ?

Ultrasound 4D


          อัลตราซาวนด์ เป็นคลื่นเสียงชนิดหนึ่ง ซึ่งมีความถี่สูงกว่า 20,000 Hz คลื่นเสียงอัลตราซาวนด์นี้ปัจจุบันได้ถูกนำมาพัฒนาเป็นเครื่องมือแพทย์ ใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรคต่างๆ รวมทั้งการตรวจสุขภาพของทารกในครรภ์


อัลตราซาวนด์ 4 มิติ ทำงานอย่างไร ?

          ปัจจุบัน... เครื่องอัลตราซาวนด์นั้น มีการทำงานที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เครื่องอัลตราซาวนด์ ในสมัยเริ่มแรกสามารถมองเห็นภาพทารกได้เป็นแบบ 2 มิติ คือ ภาพที่มีความกว้าง และความยาว หรือภาพตัดขวางตามแนวของคลื่นเสียงที่ถูกส่งออกไป ซึ่งจะสามารถมองเห็นได้ทีละระนาบในแต่ละครั้ง แม้ว่าภาพที่จะได้จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก แต่ภาพที่เห็นจะดูไม่เหมือนทารก แต่ในเครื่องอัลตราซาวนด์ สมัยใหม่นั้นเครื่องจะเก็บสะสมปริมาตรของเสียงที่สะท้อนออกมาหากหัวตรวจในแบบดิจิทัล และแสดงภาพออกมาเป็นภาพ 3 มิติ ซึ่งมีความลึกของภาพ ทำให้ภาพของทารกดูเหมือนจริงมากยิ่งขึ้น และยิ่งไปกว่านั้นเครื่องตรวจอัลตราซาวนด์ 4 มิติ ยังสามารถเก็บภาพ 3 มิติแต่ละภาพไว้แล้วนำมาแสดงผลเรียงต่อกันกลายเป็นภาพเคลื่อนไหวเสมือนเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในขณะนั้น จึงเรียกภาพที่เห็นนี้ว่า Realtime ด้วยเทคโนโลยีอัลตราซาวนด์ 4 มิตินี้จึงช่วยให้เราสามารถศึกษาพฤติกรรมต่างๆ ของทารกในครรภ์ได้อย่างชัดเจน


ข้อดีของการตรวจอัลตราซาวนด์ 4 มิติ


           ระยะเวลาในการตรวจครรภ์สั้นลง เนื่องจากสามารถมองเห็นร่างกายของทารกและอวัยวะต่างๆ ได้จากภาพที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์


           อวัยวะภายนอกของทารกในครรภ์ สามารถมองเห็นได้ชัดเจนกว่าการตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ 2 มิติ เช่น ใบหน้า แขน ขา นิ้วมือ


           พฤติกรรมต่างๆ ของทารกในครรภ์ สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งการตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ 2 มิติ อาจมองเห็นได้ยาก หรือไม่อาจมองเห็นได้ ยกตัวอย่าง เช่น สามารถมองเห็นทารกกำลังหาว ดูดนิ้ว ยิ้ม กลืนน้ำคร่ำ กะพริบตา หรือขยับนิ้วมือ


           ความผูกพันในครอบครัว ระหว่างพ่อแม่ลูกเริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่ทารกยังอยู่ในครรภ์


อัลตราซาวนด์ 4 มิติ ตรวจอะไรได้บ้าง ?

          ในการตรวจอัลตราซาวนด์ 4 มิติ... แพทย์จะทำการประเมินว่าทารกมีการเจริญเติบโต และมีพัฒนาการในครรภเ์ หมาะสม ซึ่งรวมถึง


           ดูว่าการตั้งครรภ์อยู่ภายในโพรงมดลูกหรือไม่ มีการตั้งครรภ์นอกมดลูกหรือครรภ์ไข่ปลาอุกหรือไม่


           กรณีมีเลือดออกทางช่องคลอด ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ การอัลตราซาวนด์จะทำให้รู้ว่าเด็กยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ โดยการใช้อัลตราซาวนด์ดูว่า หัวใจของเด็กยังเต้นอยู่หรือไม่ ซึ่งสามารถดูได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 6 สัปดาห์


           ดูเพศของทารก อัลตราซาวนด์ 4 มิติ จะเห็นภาพอวัยวะเพศได้ชัดเจนมากกว่าอัลตราซาวนด์2 มิติ


           ใช้ดูว่ามีครรภ์เด็กคนเดียว หรือเป็นทารกแฝด 2 หรือแฝดมากกว่า โดยเฉพาะการตั้งครรภ์ที่เกิดจากการรักษาภาวะมีบุตรยากที่ได้รับการใส่ตัวอ่อนกลับคืนมากกว่า 2 ตัวอ่อน


           ทำให้เราสามารถทราบอายุครรภ์ที่แท้จริง ซึ่งจะมีความแม่นยำสูงเมื่อทำในช่วงอายุครรภ์ 4-6 เดือน ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับคุณแม่ที่จำวันที่มีประจำเดือนครั้งสุดท้ายไม่ได้ หรือประจำเดือนมาไม่ปกติ เป็นผลดีที่สูติแพทย์จะได้กำหนดวันคลอดที่เหมาะสมได้ เป็นการป้องกันการคลอดก่อนกำหนด หรือเป็นการช่วยป้องกันการตั้งครรภ์เกินกำหนดซึ่งอาจส่งผลอันตรายต่อเด็กทารกในครรภ์ ทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนในเด็ก ทำให้สมองเด็กตายหรือสูญเสียไปบางส่วน เด็กอาจไม่สามารถใช้งานแขนขาได้ และอาจร่วมกับภาวะปัญญาอ่อน ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้


           ประเมิน และคำนวณน้ำหนัก การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์


           ใช้ตรวจความผิดปกติของตัวเด็ก วินิจฉัยความพิการทางร่างกายแต่กำเนิดของทารก ประเมินสุขภาพทารกในครรภ์ โดยการดูการเคลื่อนไหว การหายใจของทารก วินิจฉัยภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิด เป็นต้น


           ใช้ดูปริมาณน้ำคร่ำ ว่ามีน้ำคร่ำน้อยเกินไปหรือมากเกินไป และช่วยแก้ไขป้องกันความพิการทางร่างกายบางอย่างที่เกิดร่วมกับท่าที่ผิดปกติของเด็กทารกในครรภ์


           ใช้ดูตำแหน่งของรก ว่ารกเกาะต่ำหรือไม่ ถ้ารกเกาะต่ำ เช่นเกาะตรงปากมดลูก เวลาคลอดปากมดลูกจะเปิดทำให้มีการตกเลือดได้ถ้ารกเกาะต่ำมากอาจต้องคลอดโดยการผ่าตัด


           ประเมินความยาวของปากมดลูก ในกรณีที่มีประวัติคลอดก่อนกำหนด ประเมินส่วนนำในการคลอดของทารก เช่น ท่าหัว ท่าก้น เป็นต้น


           ความผิดปกติของหัวใจ และการไหลเวียนเลือดของทารก


           ความผิดปกติของกระดูกสันหลัง กระเพาะอาหาร กระเพาะปัสสาวะ และไต


           ความผิดปกติ ของแขนขา มือ เท้า และนิ้ว


           ความผิดปกติ ของใบหน้า และอวัยวะต่างๆ บนใบหน้าของทารก


           ความผิดปกติ ของอัตราการเจริญเติบโตของทารกขนาดรอบศีรษะ ความยาว และน้ำหนัก


อายุครรภ์ที่เหมาะสมในการตรวจอัลตราซาวนด์ 4 มิติ

          ทุกช่วงของอายุครรภ์... สามารถทำการตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ 4 มิติได้ แต่ภาพที่ได้ในแต่ละช่วงอายุครรภ์จะแตกต่างกันในช่วงอายุครรภ์น้อยๆ จะช่วยให้สามารถมองเห็นภาพของทารกทั่วร่างกาย ในขณะที่การตรวจในช่วงที่อายุครรภ์มากจะช่วยให้มองเห็นรายละเอียดต่างๆ ของร่างกายของทารกได้มากขึ้น เนื่องจากมีการพัฒนาอวัยวะต่างๆ ของร่างกายไปมาก หากอายุครรภ์มากกว่า 35 สัปดาห์ อาจจะเห็นใบหน้าไม่ชัดเจนเนื่องจากทารกกลับศีรษะลง และเริ่มเข้าสู่ช่องเชิงกรานแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะอยู่ในช่วงอายุครรภ์น้อยกว่า 32 สัปดาห์ แต่ถ้าทารกในครรภ์อยู่ในท่าหันหลังให้ตลอดระยะเวลา การตรวจก็อาจไม่สามารถมองเห็นใบหน้าชัดเจนได้เช่นกัน จึงขอแนะนำให้เข้ามาตรวจตั้งแต่อายุครรภ์น้อยๆ ไม่เกิน 26 สัปดาห์ จะดีที่สุด


แหล่งที่มา นิตยสารบันทึกคุณแม่

ไตรมาสที่ 1 : Week 6 : สัปดาห์ที่ 6 ของการตั้งครรภ์

Week 6 : สัปดาห์ที่ 6 ของการตั้งครรภ์

Mom : คุณแม่จะเริ่มมีอาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะ ให้เห็นบ้างแล้ว ซึ่งคืออาการของการแพ้ท้องนั่นเอง นอกจากนี้คุณแม่จะยังรู้สึกเจ็บคัดที่เต้านม มีอาการหงุดหงิด อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย รู้สึกเหนื่อย คุณแม่ควรที่จะพักผ่อนให้มากขึ้น หากช่วงระหว่างวันสามารถที่จะหลับงีบได้ก็ควรที่จะหลับ


ความเปลี่ยนแปลงในตัวคุณแม่ : ช่วงนี้คุณแม่อาจมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น แต่หากคุณแม่ท่านใดเผชิญอยู่กับอาการคลื่นไส้อาเจียนแทนที่น้ำหนักคุณแม่จะเพิ่มขึ้น กลับลดลง ซึ่งยังถือว่าเป็นอาการปกติค่ะ ตอนนี้โดยมากคุณแม่จะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของร่างกายแล้ว เช่น ชุดตัวเก่งที่ใส่เป็นประจำเริ่มคับบริเวณเอว น้ำหนักขึ้นส่วนขา และหน้าอกอวบอิ่มขึ้น ด้วยกระดูกเชิงกรานที่ขยายขึ้นในช่วงนี้แพทย์ของคุณจะสังเกตได้ถึงขนาดมดลูกของคุณที่เปลี่ยนไป


Baby : ระบบประสาทส่วนกลางตามแนวไขสันหลังปิด สมองพัฒนาและเติบโตขยายไปทั่วศีรษะ ระบบนัยน์ตาที่ซับซ้อนก็จะมีการพัฒนาขึ้น


ความเปลี่ยนแปลงในตัวทารก : ตอนนี้ทารกในครรภ์มีลักษณะคล้ายลูกอ๊อดที่น่ารักค่ะ ยาวประมาณ 0.08-0.16นิ้วตั้งแต่ส่วนบนสุดของหัวไปยังก้น (นิยมวัดความยาวของทารก จากส่วนหัวไปยังก้น มากกว่าการวัดแบบส่วนหัวไปยังปลายสุดของขา เนื่องจากขาของทารกในตอนนี้มักโค้งงอซึ่งยากแก่การวัด) ดวงตาและแขนกำลังก่อเป็นรูปร่างขึ้นมา สัปดาห์นี้ คุณแม่สามารถมองเห็นการเต้นของหัวใจเจ้าตัวน้อย โดยการอัลตราซาวนด์ได้แล้วค่ะ ซึ่งถือว่าช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการพัฒนาตัวอ่อน เพราะเอ็มบริโอที่มีอายุระหว่าง 17 ถึง 56 วัน จะไวต่อการกระทบกระเทือนจากปัจจัยต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์


ตั้งครรภ์ 6 สัปดาห์

ระดับฮอร์โมนเพิ่มขึ้น ทำให้อาการแพ้ท้องเริ่มรุนแรง คุณควรเปลี่ยนพฤติกรรมการทานให้น้อยลง แต่เปลี่ยนเป็นการทานที่บ่อยครั้งขึ้น ถ้ากินอะไรไม่ได้เลย ให้กินขนมปังกรอบที่ผสมธัญพืช หากมีการแพ้ท้องรุนแรงมากๆ ให้ลองจิบน้ำขิงอุ่นๆ จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น


เริ่มอาการแพ้ท้อง

ช่วงที่ตัวอ่อนมีการเติบโตอย่างเต็มที่ เป็นช่วงที่คุณแม่อย่างคุณ ต้องเหน็ดเหนื่อยเป็นที่สุด อาการแพ้ต่างๆ จะเกิดขึ้นในช่วงนี้  ถ้ามีอาการมากหรือกินระยะเวลานาน ควรปรึกษาแพทย์ อย่าลืม! กินอาหารแต่น้อย แต่ให้บ่อยครั้ง คือสูตรสำเร็จที่จะทำให้คุณยังคงได้รับสารอาหารอย่างต่อเนื่องแม้ในยามแพ้ท้อง หากคุณมีอารมณ์ที่แปรปรวน  แก้ไขได้ง่ายด้วยการอ่านเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับพัฒนาการของทารกน้อยทั้งใน และนอกครรภ์ ความน่ารักของเจ้าตัวน้อย จะทำให้คุณมัวใช้เวลาไปกับการจินตนาการถึงลูกน้อยในท้องของคุณ จนลืมความกังวลต่างๆ ไปได้


ลูกอ๊อดน้อยๆ

ใช่แล้วล่ะคะ สัปดาห์นี้ ทารกจะมีรูปร่างคล้ายๆ ลูกอ๊อดน้อยๆ โตขึ้นอีกเล็กน้อย มีความสูงประมาณ 8 มิลลิเมตร ระบบเลือดเริ่มไหลเวียน ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ เพื่อพัฒนาเป็นอวัยวะ อย่างปุ่มเล็กๆ ที่เราเห็นในครั้งแรกนั้น ก็พัฒนากลายมาเป็น แขน ขา เห็นหรือเปล่าคะว่าลูกเราเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว อู๊วว น่าตื่นเต้นจังค่ะ 


แหล่งที่มา นิตยสาร : Pregnancy Advisor & Diary